สุดยอดแห่งเลสเตอร์ซิตี้

ขอพูดว่ามันเกิดเรื่องน่าพิศวงมากมายครับ น่าพิศวงพอกับการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกของ เลสเตอร์ สิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วเลยทีเดียวว
เป็นนับตั้งแต่ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ ถูกไล่ออกจากตำแหน่งผู้จัดการกลุ่ม – ทันใด! สมัยก่อนลูกทีมของคุณพี่เขาก็เดินหน้ากะซวกชัยแบบไม่เกรงใจนายจ้างเก่าถึง 6 ครั้งติดต่อกันในทุกรายการ โดยกระหน่ำไป 15 ประตู และเสียเพียง 4 เม็ดแค่นั้น
พลพรรคสุนัขจิ้งจอกประเทศไทยมีชัยในพรีเมียร์ลีกต่อเนื่องกัน 5 เกม ไต่เต้าเองหนีโซนอันตรายจนแทบมั่นอกมั่นใจได้แล้วว่าไม่ตกชั้นแน่นอนแถมยังพุ่งทะยานเข้าไปถึงรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จอีกต่างหาก
นี่หากพวกมึง เอ๊ย! พวกเขาอยู่ในฟอร์มการเล่นนี้ตั้งแต่ตอนแรกฤดูกาล เผลอๆบางทีอาจมีสิทธิ์ป้องกันแชมป์ของตัวเองได้สำเร็จด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันครับว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้น ภายหลัง เลสเตอร์ มอบตำแหน่งผู้จัดการกลุ่มให้ เคร็ก เช็คสเปียร์
ไม่น่าเชื่อจริงๆครับ – ไม่น่าเชื่อ – ไม่น่าเชื่อ – ไม่น่าเชื่อ – ไม่น่าเชื่อ แต่ว่าก็จำเป็นต้องเชื่อ เนื่องจากว่ามันเป็นไปแล้ว
ฤดูกาลนี้ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ คุมกลุ่มในพรีเมียร์ลีกไปทั้งปวง 25 นัด ปรากฏว่า เลสเตอร์ เอาชนะคู่แข่งขันได้เพียง 5 นัดแค่นั้น
ไม่ซ้ำ 9 เกมในทุกรายการก่อนจะแปลงกุนซือใหม่ เลสเตอร์ เจอความพ่ายแพ้ถึง 7 นัด และเสมอ 2 นัด โดยแพ้ใครกันแน่เลย
ผลงานล่มจมดำตรงแตกต่างจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วแบบหน้ามือเป็นหลังตีน พวกเขาเปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มดาดๆที่ไม่ได้มีความน่าขามเกรงอะไรจนไปยืนอยู่หน้าปากเหว เสี่ยงต่อการโดนถีบตกชั้นทั้งๆที่ตนเองมีศักดิ์เป็นถึงแชมป์เก่า
ขูดความจำได้ว่าผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเกมลูกหนังหลายท่าน (รวมทั้งผู้ไม่ชำนิชำนาญอย่างผมด้วย) พากันวิเคราะห์หาต้นสายปลายเหตุที่พูดว่าเพราะเหตุใด "แชมป์เก่า" ถึงนั่งแทรกกับความรันทดอดสูแบบนี้ ก่อนจะพบต้นสายปลายเหตุสำคัญๆว่า…

1. ผู้เล่นของ เลสเตอร์ คงจะหมดแรงจูงใจ หลังพุ่งเข้าชนความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมาคม
2. โทษฐานที่เป็นแชมป์เก่า แน่ๆว่าคู่แข่งขันย่อมระมัดระวังและเน้นมากขึ้นยามเจอกลุ่มสุนัขจิ้งจอกสีน้ำเงิน
3. การปราศจากผู้เล่นสำคัญอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้
4. ผู้เล่นคนไม่ใช่น้อยฟอร์มตกอย่างน่าสะอิดสะเอียน ไม่ว่าจะเป็น เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, ริยาด ผีเรซ และเจมี่ วาร์ดี้
และอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น "พลังงานบางสิ่ง" ที่พิสูจน์ไม่ได้ทางด้านวิทยาศาสตร์น่าจะเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ซะแล้ว
หรือกองเชียร์สุนัขจิ้งจอกประเทศไทยที่เคยพบอย่างมากมายในบางประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะหายบ้าเห่อ ภายหลังที่ความแรงของ เลสเตอร์ ในฤดูกาลนี้จะตกลงไปอย่างน่าตกใจ แต่ว่าในชัย 6 นัดล่าสุด มันระบุชัดว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาพวกนี้เลยนี่หว่า
ผู้เล่นของ เลสเตอร์ ไม่ได้ทำให้เห็นว่าหมดแรงจูงใจตรงไหน สิ่งที่เห็นเป็นการไล่ขย่มคู่แข่งขันอย่างเอ็นจอยหัวแม่เท้า
แม้คู่ต่อสู้จะระมัดระวังอย่างจงหนักตามสูตรสำเร็จเวลาเจอแชมป์เก่า แต่ว่าพวกเขาก็มีดีพอที่จะเอาชนะได้แบบไม่ระบมหัวแม่เท้าด้วยซ้ำ
แม้จะปราศจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แต่ว่า เลสเตอร์ ก็ทุ่มเงินซื้อบุคคลอื่นเข้ามาแทน แถมพวกเขายังเยี่ยมพอที่จะเอาชนะคู่แข่งขันเหมือนเดิมนั่นแหละ
ส่วนผู้เล่นตัวหลักอย่าง เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, ริยาด ผีเรซ และเจมี่ วาร์ดี้ ต่างระเบิดฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมออกมาอีกครั้ง
เคลาดิโอ รานิเอปรี่ เองก็ไม่ได้ทำอะไรบกพร่องน่าสะอิดสะเอียน แล้วลูกทีมจะแงะเลื่อยไฟฟ้ามาหั่นขาเก้าอี้ของเขาทำแมวน้ำอะไร และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ครอบครองกลุ่มที่เป็นคนประเทศไทยก็ออกโรงมายืนยันหนักแน่นว่าไม่มีผู้เล่นของ เลสเตอร์ ผู้ใดที่มาไปพบแล้ววิงวอนให้ปลดกุนซือชาวอิตาลีออกมาจากตำแหน่งสักหน่อย เพศผู้เล่นที่เป็นข่าวถูกสื่ออังกฤษปรักปรำว่าขอไปพบผู้ครอบครองกลุ่ม เพื่อถีบนายจ้างของตัวเองออกมาจากตำแหน่งก็ออกโรงมายืนยันหนักแน่นเช่นเดียวกันว่าไม่เคยทำอะไรที่อัปยศอย่างนั้น
จึงพอจะสรุปได้ว่าพวกเขาไม่ได้เล่นแบบ "ล้มผู้ฝึกสอน" ครับ มันไม่น่าจะมีหรอก ไอ้การเล่นล้มผู้ฝึกสอนเนี่ย เนื่องจากว่ามันทุเรศ เข้าใจว่ามันคงจะเกิดเรื่องที่ประชาชนคิดกันไปเองซะมากยิ่งกว่า
ในเมื่อไม่ได้เป็นแบบที่ประชาชนเขานินทากัน แล้วเหตุไร ผลงานของ เลสเตอร์ ก่อนและหลังการปลด เคลาดิโอ รานิเอปรี่ มันถึงได้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง?จุดนี้คงจะจำเป็นต้องขอชูความดีความชอบให้กับผู้จัดการกลุ่มคนใหม่ เคร็ก เช็คสเปียร์ นี่เป็นยอดเยี่ยมผู้จัดการกลุ่มระดับโลกคนหนึ่งซึ่งไม่เคยมีใครกันแน่รู้มาก่อน เขาวางแผนการเล่นแบบเดิมๆให้ลูกทีม เน้นย้ำเกมรับรัดกุม ก่อนจะจังหวะโจมตีแบบลอบฆ่า อาศัยความสามารถส่วนตัวของ รียาด ผีเรซ และความรวดเร็วกว่านรกของ เจมี่ วาร์ดี้ เป็นทีเด็ด ระบบการเล่นก็เหมือนเดิมเป็น4-4-2 มีปีก 2 ข้าง มีหน้า 2 ตัว
เพศผู้เล่นก็เดิมๆนั่นแหละ แถมความสามารถบางทีอาจต่ำลงมากยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากว่าอย่าลืมว่าไม่มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ลูกฟุตบอลอยู่ตรงไหน เราก็อยู่ตรงนั้น
…ว่าแล้วก็ตั้งตัวเองเองผู้จัดการกลุ่มคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอังกฤษที่เริ่มคุมกลุ่มทีแรกแล้วชนะต่อเนื่องกัน 6 ครั้งแรก ซึ่งขนาดผู้จัดการกลุ่มรุ่นบรมครูอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, อาร์แซน เวนเกอร์ หรือคาร์โล อันเชล็อตตำหนิ ยังไม่มีปัญญาทำอะไรแบบนี้เลยครับคุณ
ตอนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มคุม เชลซี เป็นฤดูกาลแรก พี่แกก็ทำสถิติชนะตั้งแต่ครั้งแรกได้แค่ 4 ครั้งติดต่อกันแค่นั้น
ยิ่งไปกว่านี้จำเป็นต้องยกย่องผู้ครอบครองกลุ่ม เลสเตอร์ สิตี้ ด้วยครับที่ตกลงใจได้ถูกที่เอา "คนภายใน" อย่าง เคร็ก เช็คสเปียร์ นี่แหละขึ้นมาคุมกลุ่มแทน โดยไม่จำเป็นจำเป็นต้องไปพบผู้จัดการกลุ่มคนใหม่ให้เสียเวลา
เคร็ก เช็คสเปียร์ เป็นผู้ดีอังกฤษโดยกำเนิด กำเนิดที่เมืองเบอร์มิงแฮม เดี๋ยวนี้อายุ 53 ขวบ ในสมัยก่อนเคยเป็นนักฟุตบอลของกลุ่มในลีกด้านล่างๆอย่าง วอลล์ซอลล์, เชฟฯ เว้นส์เดย์, เวสต์บรอมวิช, กริมส์บี้, สคันธอร์ป, เทลฟอร์ด ยูไนเต็ด และเฮนส์ฟอร์ด ทาวน์ ก่อนห้อยสตั๊ด เมื่อปี 2000

เริ่มงานทางด้านผู้ฝึกสอนทีแรกด้วยการเป็นกุนซือกลุ่มสำรองของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก่อนขึ้นมารักษาการแทนตำแหน่งผู้จัดการกลุ่มของ "เดอะ แบ็กกี้ส์" แทนที่ ไบรอัน ร็อบสัน ที่ถูกไล่ออกไป
ปี 2008 เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่ม เลสเตอร์ สิตี้ โดยเป็นมือขวาของ ไนเจล เพียร์สัน จากนั้นก็ติดตาม ไนเจล เพียร์สัน ไปอยู่ที่ ฮัลล์ สิตี้ เมื่อปี 2010 ก่อนจะตามนายจ้างกลับมาที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อีกครั้งในปี 2011
เมื่อ ไนเจล เพียร์สัน ถูกไล่ออกมาจากตำแหน่ง เคร็ก เช็คสเปียร์ ก็แปลงเป็นผู้ช่วยของ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ จนถึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการกลุ่มแบบสุดกำลังพร้อมทำสถิติยอดเยี่ยม จำพวกที่ไม่เคยมีผู้จัดการกลุ่มผู้ใดกันแน่ในลีกสูงสุดของอังกฤษเคยทำได้ เป็นคุมกลุ่มทีแรกแล้วชนะถึง 6 ครั้งติดต่อกัน
ตอนรักษาการแทน ไบรอัน ร็อบสัน ที่ เวสต์บรอมวิช ลูกทีมของเขาก็เอาชนะคู่แข่งขันได้สำเร็จครับ-ขอโทษ (บุกไปชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0) ซึ่งนี่ก็แปลว่าสถิติในการควบคุมกลุ่ม เป็นชนะ 100%
ตอนเด็กๆเคร็ก เช็คสเปียร์ คงจะลอกการบ้านเก่งครับ เนื่องจากว่าเขาแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร โดยการทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างกับที่ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ เคยเสกให้ เลสเตอร์ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นแหละ
ก็ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว มันพอดีอยู่แล้ว จะไปเปลี่ยนแปลงมันทำแมวน้ำอะไรล่ะ แถมยังสามารถปลุกจิตวิญญาณอันหื่นหิวของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ให้กลับมาได้เหมือนเดิมอีกต่างหาก
เพียงในความรันทดอดสูของ เลสเตอร์ กลับถูกพวกปากหอยปากปูนินทาว่าเกิดขึ้นเนื่องจากว่านักฟุตบอลเล่นล้มผู้จัดการกลุ่มคนเก่า ต่อเมื่อผลงานกลับมาไฉไลเป็นบ้าอีกครั้ง กลับไม่มีใครมองเลยว่ามันเป็นความสามารถของผู้จัดการกลุ่มคนใหม่ ขอพูดว่า เคร็ก เช็คสเปียร์ นี่แหละเป็น"ว่าที่" ผู้จัดการกลุ่มชาติอังกฤษคนต่อไปครับ

แหม่…นี่หากผมเป็นประธานสโมสรฟุตบอลอังกฤษนะ ผมจะหาเรื่องปลด แกเร็ธ เซาธ์เกต ออกมาจากตำแหน่งแล้วแต่ง เคร็ก เช็คสเปียร์ เข้าไปแทนที่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
รับรองว่ากลุ่มชาติอังกฤษได้โอกาสได้แชมป์โลกในปี 2018 นี้อย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากว่านี่เป็นยอดเยี่ยมผู้จัดการกลุ่มสายพันธุ์สิงโตขู่คำรามที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้
มันเกิดเรื่องน่าพิศวงมากมายครับที่อยู่ๆเลสเตอร์ สิตี้ ก็กลับมาเกิดใหม่ใหม่ เพียงปลดผู้จัดการกลุ่มคนเก่าออกไปแล้วเอา "มือขวา" ของผู้จัดการกลุ่มคนเก่านั่นแหละเข้ามารับหน้าที่แทน
เรียนตามตรงว่าตั้งแต่หมกมุ่นกับเกมลูกหนังมานานกว่า 30 ปี ผมไม่เคยเห็นอะไรที่มันย้อนแย้งกันอย่างหนักแบบนี้มาก่อน
เมื่อได้ผลงานอันเร่าร้อนแบบช้างก็ผลักไม่อยู่ของ เลสเตอร์ สิตี้ และที่นาต่อนี้ไป เคลาดิโอ รานิเอปรี่ อาจจะงงงวยพลางรำพึงรำพันกับตนเองใต้ต้นซากูระเป็นภาษาอิตาลีว่า "เราทำผิดอะไร?" แต่ว่านี่แหละเป็นความเร้นลับ สลับซับซ้อน ลึกลับซับซ้อนมาก เพื่อนพ้องทรยศ บนเหลี่ยมเลห์กลของโลกลูกหนังที่ไม่มีอะไรแน่ๆ (อ่อนแอก็แพ้ไป) อนึ่ง ผู้เล่นของ เลสเตอร์ ไม่ได้เล่นล้มผู้ฝึกสอนครับ